ชีวิตของคนเราแต่ละคนย่อมต้องมีมุมที่คนอื่นไม่รู้จักกันอยู่บ้าง แม้ว่าเราจะสนิดชิดใกล้กับใครสักคนมากแค่ไหนก็ไม่ได้แปลว่าเขาจะยินดีที่จะบอกเล่าเรื่องราวทุกอย่างในชีวิตให้ฟัง หลายครั้งคนเราก็เลือกระบายเรื่องราวของตนเองผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพราะทำให้รู้สึกดีที่ได้พูดความในใจออกไป โดยที่ไม่ต้องกังวลไปว่าจะมีใครพูดว่าไม่อยากรับรู้หรือไม่อยากฟัง เมื่อการมีการบอกเล่าเรื่องราวในมุมมองที่แตกต่างไปจากที่เราเคยรู้จัก นั่นจะทำให้เราได้เรียนรู้ว่าแม้แต่คนที่เรารักและห่วงใยก็มีปัญหาในแบบของตัวเอง ทำให้เรารู้สึกเห็นอกเห็นใจ เข้าใจ และพยายามเอาใจใส่กันและกันให้มากขึ้นกว่าเดิม
สำหรับผู้คนในเครือข่ายสังคมที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน คนส่วนใหญ่มักอ่อนโยนต่อผู้ที่ประสบพบเจอกับเรื่องราวเลวร้าย ความเจ็บปวดมากมายจะได้รับการเยียวยารักษา ทุกคนที่มีปัญหาจะได้รับฟังข้อเสนอแนะที่ช่วยแก้ไขให้ดีขึ้น มีการรับฟังกันและกันอย่างห่วงใย เห็นอกเห็นใจ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความดีที่มีอยู่ในจิตใจของคนเรา ทำให้เราได้รู้ว่าผู้คนสามารถใจดีต่อกันได้อย่างง่ายดาย แม้จะไม่เคยรู้จักกันเลยก็ตาม
ความหลงใหลในบางสิ่งบางอย่างมักจะเป็นแรงผลักดันให้เราพยายามพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นได้ แต่คงน่าเสียดายหากไม่มีเพื่อนคนไหนเข้าใจความพยายามที่เรามีต่อสิ่งที่เราหลงใหลนั้นเลย แม้เราจะเชิญชวนให้เพื่อนฟังเพลงที่เราชอบ ดูหนังที่เราถูกใจ หรือยื่นหนังสือที่เรารักให้เขาอ่าน นั่นก็ไม่ได้แปลว่าพวกเขาจะเข้าใจและอินไปกับมัน แต่ด้วยเครือข่ายสังคมออนไลน์กลับทำให้เราสามารถเข้าถึงคนที่มีความชอบเดียวกันได้ในเวลาที่ไม่นาน เราสามารถเล่นมุกเฉพาะกลุ่มได้โดยที่พวกเขาจะเข้าใจความหมาย เมื่อมีข่าวสารเกี่ยวกับสิ่งที่หลงใหล พวกเขาก็สามารถชื่นชมและร้องไห้ไปพร้อมกัน ไม่มีใครกล่าวตำหนิสิ่งที่พวกเขาชอบว่าไร้คุณค่า เพราะว่าทุกคนต่างคบหากันเพราะความรักในสิ่งเดียวกันนั่นเอง
การเรียนรู้ของคนเราจะไม่จำกัดแค่เพียงคำบอกเล่าจากอาจารย์หรือการอ่านหนังสืออีกต่อไป เพราะเราสามารถเข้าถึงข้อมูลใหม่ได้ทุกที่และทุกเวลาที่เราต้องการ เราอาจขอให้ผู้คนที่มีความเชี่ยวชาญสอนสิ่งใหม่ผ่านการใช้สื่อสังคมออนไลน์ร่วมกัน และยังสามารถเรียนรู้ผ่านการสื่อสารอื่นอีกมากมาย โซเชียลเน็ตเวิร์คกลายมาเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตมากในแบบที่หลายคนไม่คาดคิดกันมาก่อน ความกระหายใคร่รู้ที่คนเรามีอยู่ตลอดเวลาทำให้เราไม่สามารถหยุดความก้าวหน้าของตัวเองได้ ตอนนี้เราก็ไม่สามารถที่จะหลีกหนีวิถีชีวิตที่เกี่ยวพันกับสังคมออนไลน์ไปได้เลย
เราทุกคนต่างรู้กันดีว่าโลกใบนี้มีความกว้างใหญ่ไพศาล แม้กาลเวลาจะเปลี่ยนไปนานแสนนานก็ไม่สามารถได้ทำให้โลกหดเล็กจนเท่ากับกำมือเราได้เลย ถึงความจริงจะเป็นเช่นนั้น แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะกว้างใหญ่จนเราไม่สามารถท่องเที่ยวไปยังที่ที่เราต้องการผ่านสื่อสังคมออนไลน์ไปได้ เพียงแค่เราติดต่อกับใครสักคนที่อยู่ในที่ห่างไกลเราก็สามารถรับรู้ถึงความเป็นไปในสถานที่แห่งนั้นได้อย่างง่ายดาย ช่วยเปิดกว้างในมุมมองต่างๆ ของโลกใบนี้ ทำให้เราเข้าใจและเปิดใจรับสิ่งใหม่ที่ไม่เคยรู้จักคุ้นเคยมาก่อน
เราสามารถมองเห็นหิมะที่กำลังตกในอีกฟากหนึ่งของโลกได้ในขณะที่กำลังนั่งอยู่กลางแสงแดดผ่านการใช้งานอินเตอร์เน็ต เราสามารถท่องเที่ยวไปได้มากหลายหลายที่แม้เราจะไม่มีเงินที่เดินทางไปให้เห็นเองกับตา แต่เราก็สามารถท่องผ่านสื่อสังคมออนไลน์เพื่อชมรูปภาพ แสง สี เสียง วิดีโอที่เกี่ยวข้องของที่ที่เราต้องการที่จะไปได้ง่ายๆ สามารถรับรู้ถึงข้อมูลข่าวสาร ความคิดอ่านของผู้คน ความเชื่อ สามารถเรียนรู้และเข้าใจวิถีชีวิตของพวกเขาได้ แม้ในความเป็นจริงนั้นเราจะยังนอนเล่นอยู่ในห้องนอนของตัวเองอยู่ก็ตาม
เครือข่ายสังคมออนไลน์เป็นเครือข่ายสังคมที่ทรงพลังยิ่งใหญ่ไม่แพ้กับสังคมในโลกจริงๆ และยังคงมีความเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ การดำเนินงานของธุรกิจต่างๆ ก็เช่นกัน การใช้สื่อสังคมออนไลน์กลายมาเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจของพวกเขาสามารถเติบโตก้าวหน้าได้ไกลกว่าใครๆ หากละเลยไปก็อาจถูกทิ้งไว้ข้างหลังคู่แข่งได้โดยไม่รู้ตัว ทุกวันนี้เราทุกคนต่างพึ่งพาอินเตอร์เน็ตมากขึ้น ความต้องการในการใช้งานแต่ละวันก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หากเราต้องการที่จะก้าวให้ทันกับความก้าวหน้าที่เกิดขึ้นในสังคมก็จะเป็นจะต้องศึกษาเรียนรู้ไปอย่างไม่สิ้นสุด หากเมื่อใดที่เราหยุดเรียนรู้สื่อสังคมออนไลน์ เราก็จะกลายเป็นผู้ที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังได้โดยไม่รู้ตัว
แสดงความคิดเห็น